f9113df7adaccce0ff8e2ca0b1f9d33f

การทำงานอาสาของครูขวัญ แคนดูทีมกับผู้สูงวัย

ประสบการณ์การทำงานอาสาครูขวัญ แคนดูทีม ในยุคสังคมก้มหน้า ยุคที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงกับโทรศัพท์มือถือ สื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ และนี่เป็นปัญหาใหญ่ของคนสูงอายุ เพราะคนกลุ่มนี้อาจจะก้าวไปไม่ทันกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ในโครงการไอทีแคนดู สมาร์ทโฟนเพื่อผู้สูงวัย เรามองเห็นปัญหานี้ จึงได้จัดสอนการใช้สมาร์ทโฟน โดยเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมาย “ผู้สูงวัย” ให้สามารถใช้งานโทรศัพท์ แอพพลิเคชั่นที่จำเป็นได้ ขวัญเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมเป็นอาสาสมัคร ช่วยสอนในโครงการนี้ ร่วใกับเพื่อนๆ แคนดูทีม ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่สอนผู้สูงอายุ คุณลุงคุณป้าที่มาเรียนเก่งกันทุกคน เรียนรู้ได้เร็ว บรรยากาศการเรียนสนุกสนานมากๆ ทุกคนกระตือรือร้นที่จะมาเรียน ทุกๆ วันเสาร์ 10 โมงเช้า เราจะมาเจอกันที่คาเฟ่แคนดู บางสัปดาห์ก็ออกไปเรียนนอกสถานที่ ไปหัดถ่ายรูปกันที่ริมคลอง เพียงแค่ไม่กี่เดือนที่เรียนกัน คุณลุงคุณป้าก็สามารถใช้แอพพลิเคชั่นอย่างที่พวกเราใช้กันได้แล้ว เช่น Line, facebook, line camera แอพทำคลิปวีโอสั้นได้ด้วยตัวเอง ตอนนี้คุณลุงคุณป้าหลายๆ ท่าน ใช้ไลน์คุยกับลูกๆหลานๆ ได้แล้ว มีเฟซบุ๊คส่วนตัวได้โชว์รูปสวยๆ ที่แต่งภาพมาแล้วอย่างดีๆ หลายๆ แต่งรูปภาพเป็นกิจกรรมยามว่าง ใช้ส่งทักทายเพื่อน ๆ แบบไม่ซ้ำใคร
10688340_961082347279239_8352207101540644779_o

ประสบการณ์ครูอิม กับงานอาสาสมัครที่น่าท้าทาย

จากประสบการณ์หลากหลายของการทำงานจิตอาสา นี่เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ประทับใจมาก ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ! เมื่อต้นปี 2559 เราได้พบเจอน้องๆนิสิตปี 3 จากคณะวิทยาศาสตร์ (Bachelor of Science in Chemistry, BSAC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Worcester Polytechnic Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยน้องๆสนใจแก้ไขปัญหาชุมชนสักหนึ่งเรื่องและมีเวลา 7 สัปดาห์ เมื่อพูดคุยกันสักระยะ น้องๆทั้ง 8 คน ก็ได้ก่อร่างโครงการลดปัญหาจราจรในเขตทุ่งครุที่มีชื่อว่า “Promoting Safe Commuting Practices to Reduce Traffic Congestion: Traffic Educational Program for Schools in Thungkru District” นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ Can Do Team ได้ร่วมงานกับชาวต่างชาติ พัฒนาทักษะด้านการคิด การสื่อสารภาษาอังกฤษ การเก็บข้อมูล และการหาทางออกร่วมกัน พวกเราได้เห็นวิธีคิด [...]
cafe_1

งานแรกกับชุมชนของมิกซ์ แคนดูทีม

งานแรกกับชุมชนของมิกซ์ แคนดูทีม มิกซ์ได้เข้ามาทำงานอาสาสมัครจริงๆ ก็ตั้งแต่ต้นปี 59 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ร่วมงานกับทีมบ้างเป็นบางงาน ก่อนจะเข้ามาร่วมกับทีมเต็มตัวก็พอได้ยินมาว่าทีมได้ทำอะไรไปแล้วบ้างคร่าวๆ ก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร แต่พอวันที่เข้ามาทำงานร่วมกับทีมจริงๆ ก็ต้องมีการปรับตัวไม่ใช้น้อยเพราะสิ่งที่พี่ๆ ทำภายในเวลาไม่กี่ปีมันไปเร็วและสิ่งที่ทำมันเป็นประจักษ์มาก เข้าทีมมาได้ไม่นานก็ถือว่ายังเป็นเด็กน้อยก็ต้องค่อยๆเรียนรู้งานต่างๆ ว่าพี่ๆ ทำอะไรไปบ้างและเราจะมีส่วนในการทำงานด้านไหนได้บ้างนะ ประชุมงานกับทีมไปสักพักก็ได้รับมอบหมายทำ project หนึ่ง ซึ่ง project นี้ทำงานกับชุมชนโดยตรงและเป็นชุมชนทีทางทีมก็เคยร่วมงานกันบ่อยครั้ง project นี้เป็นการทำ CSR กับชุมชนซึ่งชุมชนจะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากชุมชนเองและเอารายได้จากการขายผลิตภัณฑ์มาเลี้ยงดูคนในชุมชน ในความรู้สึกตัวเองตอนแรกคิดว่าจะไหวมั้ย มันต่างจากสิ่งที่เราเรียนมาหรือทำมามากเลย ก็คิดกับตัวเองอยู่นานจะปฏิเสธหรือตกลงดี คิดไปคิดมาสุดท้ายก็เลือกที่จะตกลงทำ ความกลัวไม่ได้หายไป แต่เราต้องสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองดูบ้างว่าเราก็ทำได้นะ ทำถูกหรือทำผิดก็ลองดูมันคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เราไม่เคยทำ ถือว่าได้ประสบการณ์ให้กับตัวเองและได้ช่วยชุมชนด้วย ได้เข้าประชุมวางแผนงานกับอีกองค์กรหนึ่งที่เค้าก็ทำงานร่วมกันกับเราในเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าได้รับโจทย์ยากมาพอสมควรด้วยตัวชุมชนเองและปัจจัยหลายๆอย่าง และบทบาทที่มิกซ์ได้รับกับ project นี้คือการเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชน การเป็นพี่เลี้ยงคือการดูแลและเข้าไปมีส่วนช่วยเหลืองานผลิตภัณฑ์ในด้านที่ชุมชนไม่ค่อยถนัดนัก เช่น การหาพื้นที่ขายของ การทำตลาด และการทำบัญชี โดยต้องอิงกับชุมชนเป็นหลักว่าชุมชนทำได้แค่ไหน นี่แหละคือสิ่งยาก แต่สิ่งที่ง่ายก็มีนะ คือ การที่เราได้รู้จักชุมชนมาก่อนหน้านี้ ได้ทำงานร่วมกันมาบ้างสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้การทำงานนั้นง่ายขึ้นไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย และยิ่งกว่านั้นก็ได้ทำการรู้จักป้าอีกคนหนึ่ง แล้วพี่อีกคนหนึ่งที่เป็นตัวเเทนชุมชนทำงานผลิตภัณฑ์ของชุมชน ก็ได้พูดได้คุยกับพวกเค้าทั้ง 2 คนก็เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำเพื่อผู้อื่นถึงแม้เค้าทั้ง 2 คนจะมีไม่มากแต่พวกเค้าก็ยังนึกถึงคนอื่นนึกถึงเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน มีความปราถนาดีอยากเห็นคนอื่นๆมีความเป็นอยู่มีชีวิตที่ดีขึ้น [...]
อาสาสมัคร

ประสบการณ์อาสาของเหลียนกับงานพัฒนาชุมชน

ประสบการณ์อาสาของเหลียน เหลียนเองเป็นคนธรรมดาๆ คนนึง ที่ได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในกลุ่มแคนดูทีม และได้ทำงานอาสาพัฒนาชุมชน ด้วยความมุ่งหวังว่าเราจะได้รับการพัฒนาเมื่อทำงานร่วมกับคนอื่น และหวังว่าความสามารถเล็กๆน้อยๆของตน จะเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ได้ไม่มากก็น้อย หลายครั้งที่ทำแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อย เกิดคำถามกับตัวเองว่า เราจะทำต่อไปเพื่ออะไร? ไหนหละการเปลี่ยนแปลง? จนมีวันหนึ่งเหลียนได้มีโอกาสไปทำความสะอาดชุมชนหลังสวนธน เขตทุ่งครุ ร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆแคนดูทีม เก็บขยะริมทาง ริมคลอง ทั้งเหนื่อย ทั้งเหม็น แต่ก็สนุก เพราะทุกคนยิ้มให้กัน จนเมื่อทำเสร็จ คุณลุงคุณป้าก็เรียกให้มานั่งกินข้าว และบทสนทนาก็ได้เริ่มขึ้น คุณลุงเล่าให้ฟังว่า คุณลุงทำด้วยกันแบบนี้มาตั้งแต่หนุ่มๆ ช่วยกันดูแลชุมชน พร้อมถามกลับมาว่า รู้ไหมทำไมลุงทำกันมานานขนาดนี้? แล้วลุงก็ตอบว่า "ดูซิ ลุงมาคนหนึ่ง เมียลุงมาด้วย ก็เป็นสองคน ลุงอีกคนมา เมียเขาก็มาด้วย ผู้ชายทำงาน ผู้หญิงทำอาหาร ทำเสร็จก็มานั่งกินข้าวกัน ก็หายเหนื่อย" ฟังดูแล้วก็ได้แต่ยิ้มให้กับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้า กับข้าวธรรมดาๆบนโต๊ะวันนั้น แต่กลับเป็นกับข้าวที่อร่อยและเต็มไปด้วยความทรงจำ เหลียนจึงได้เรียนรู้ว่า การทำงานอาสา หรือการทำงานพัฒนาชุมชน ถึงแม้จะเป็นงานที่ทำแล้วไม่ได้เงิน ทำแล้วเหนื่อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้ม ความสุข และความภาคภูมิใจ ถ้าเราไม่หยุดทำ วันหนึ่งจะต้องเห็นผลแน่นอน  
13308416_885771704878952_7686296937954409402_o

การทำงานอาสาเพื่อคนอื่นทำให้เรารู้จักตัวเอง

การทำกิจกรรมเหมือนทำให้เราได้ไปสัมผัส มุมมองของสังคม ความหลากหลายของนิสัยคน การปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ทำให้เรารู้ว่าเราว่าเป็นคนอย่างไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ยิ่งนานวันยิ่งเจอตัวเองมากขึ้น ยิ่งรู้ว่าเราควรเดินเส้นทางไหน คบกับใคร มีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งใด นี่ล่ะ คือ ประโยชน์ที่มีคุณค่าอนันต์ จึงเข้าใจที่ ไอสไตน์ เขาพูดว่า สรุปสั้นว่า "จะเจอความหมายของชีวิต ก็ต่อเมื่ออุทิศให้เพื่อสังคมเท่านั้น" อยากให้ทุกคนลงมาเลย มาทำด้วยกัน มีประโยชน์ทั้งต่อสังคมและตัวเอง ทำแล้วถึงจะเข้าใจ